2006/Aug/29

มันเป็นเวลา 7 นาฬิกา ณ เมืองเล็กๆเมืองหนึ่ง

เมืองนี้เป็นเพียงเมืองเล็กๆ แต่ก็นับว่าใหญ่ทีเดียวสำหรับเมืองแถบชนบท
เมืองเล็กๆนี้ถูกโอบล้อมไปด้วยป่าไม้เขียวขจีซึ่งทำหน้าที่ปิดกั้นเมืองจากโลกภายนอก

ทางที่สั้นที่สุดที่จะเข้าเมืองนี้คือจะตั้องตัดผ่านป่าทางทิศใต้เป็นระยะทางเดินเท้าร่วม 3 วัน 3 คืน

ทางทิศเหนือของเมืองมีแม่น้ำใหญ่ไหลเลียบกำแพงเมือง

ชาวบ้านเป็นจำนวนกว่า 30% ถ้าไม่ทำอาชีพหาของป่าก็จะเป็นชาวประมง

เมืองนี้จึงเรียบง่าย สงบ ร่มเย็นมาโดยตลอด

แม้จะเป็นเพียงเมืองเล็กๆที่อยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางป่าไม้และขุนเขาแต่ก็เจริญไม่น้อยไปกว่าเมืองหลวงสักเท่าไหร่นัก

เมืองเล็กๆนี้มีทั้งโบสถ โรงเรียน ตลาด มีศูนย์รวมของร้านรวงต่างๆ ซึ่งจะสามารถหาซื้อสินค้าได้แทบทุกชนิด ทั้งยังสามารถหาของที่ไม่มีที่อื่นแล้วได้อีกด้วย

ผู้คนยิ้มแย้มและเป็นมิตร แทบทุกครอบครัวในเมืองรู้จักกันดั่งญาติสนิทมิตรสหาย ไม่มีโจรขโมยในเมือง ผู้คนอยู่ด้วยกัน ไม่แบ่งชั้นวรรณะ ทุกคนอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

ณ เชิงเขาทางด้านตะวันตกของเมือง ตัดผ่านป่าขึ้นเขาไปประมาณ 2 กม. มีบ้านประหลาดหลังใหญ่หลังหนึ่งตั้งอยู่...

บ้านหลังนี้เป็นบ้าน 4 ชั้น แต่ละชั้นทา 4 สี ซึ่งแต่ละชั้นนั้นถูกสร้างเป็นปริซึมที่มีรูปหน้าตัดไม่เหมือนกันเลย ดูเหมือนกับสิ่งก่อสร้างที่นำของเล่น 4 ชิ้นมาวางซ้อนกัน

ชั้นบนสุดเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสทาสีฟ้า

ชั้นรองลงมาเป็นสามเหลี่ยมสีชมพู

ชั้นสองเป็นวงกลมสีเขียว

ส่วนชั้นแรกเป็นหกเหลี่ยมสีม่วง

ตัวบ้านนั้นหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่เป็นเมือง ส่วนด้านหลังนั้นเป็นทางขึ้นเขาซึ่งมีป่าไม้หนาทึบ

ชั้นแรกมีประตูอยู่ 2 บาน ด้านหน้าและด้านหลังของบ้าน และมีหน้าต่างอีก 4 บานตามด้านแต่ละด้านที่เหลือ ขณะนี้หน้าต่างแต่ละบานภายในถูกปิดด้วยผ้าม่านบานละสี

เมื่อหันหน้าออกนอกบ้าน หน้าต่างบานขวาในจะถูกปิดด้วยม่านสีฟ้า

บานขวานอกจะปิดด้วยม่านสีชมพู
บานซ้ายนอกปิดด้วยม่านสีเขียว

และบ้านซ้ายในปิดด้วยม่านสีม่วง

นอกจากนี้แล้วบ้านหลังนี้เหลือหน้าต่างอีกเพียงบานเดียว คือ หน้าต่างบานใหญ่สุดที่ชั้นสี่

ชั้นสองและชั้นสามเป็นเพียงกำแพงทึบเรียบๆธรรมดา

ที่เหนือประตูหน้าบ้านมีป้ายทำจากไม้แปะไว้ เขียน D A P P ตัวใหญ่ด้วยสีฟ้า ชมพู เขียว และม่วง ตามลำดับ

ป้ายนั้นเมื่อสังเกตุดูดีๆจะเห็นว่ามันถูกละเลงด้วยสีต่างๆนาๆเต็มไปหมด มีทั้งรูปพระอาทิตย์ สายรุ้ง เรือใบ มีนก ปลา ต้นมะพร้าว ทั้งยังมีรูปหน้าของผู้คน 4 คน ด้วยสีคนละสี ที่แปลกกว่านั้นยังมีรูปหน้าลูเคีย และคุณแรมโบ้อีกด้วย นอกจากนี้ก็มีอีกหลายรูปผสมปนเปกันเยอะจนไม่อาจจะพรรณนาได้หมด

แต่ถึงอย่างนั้น ตัวอักษรทั้งสี่ก็ยังคงเฉิดฉายและโดดเด่นที่สุดในแผ่นป้าย

บานประตูหน้าบ้านเป็นสีขาว ครึ่งบนเป็นกระจกใส ข้างในปิดม่านสีขาวเขียนตัวหนังสือสีเทาอ่อนๆ..

Labirinto Familia

ต่ำลงมาจากป้าย D A P P เพียงเล็กน้อย มีกระดิ่ง 4 อันห้อยอยู่ แต่ละอันมีสี ฟ้า ชมพู เขียว และม่วง

ข้างหน้าประตูมีพรมเช็ดเท้าหนาสีน้ำตาลเข้มวางอยู่ บนพรมเช็ดเท้ามีตัวหนังสือสีดำเขียนไว้ว่า..

Welcome to our home

ข้างหน้าบ้านเยื้องไปทางขวามีต้นไม้ไม่ทราบอายุต้นใหญ่ขนาด 3 คนโอบสูงชะลูดประดิษฐานอยู่

ทางด้านซ้ายของบ้านมีสวนเล็กๆที่ประกอบไปด้วยผักสวนครัวนานาชนิดและไม้ดอกสีสันสดใสนานาพรรณ

รอบๆบ้านเขียวชอุ่มล้อมรอบไปด้วยต้นไม้

ด้านหลังของบ้านเป็นทางขึ้นเขาซึ่งมีป่าเบญจพรรณหนาทึบ อุดมสมบูรณ์

ทางด้านหลังเยื้องไปทางซ้ายเป็นป่าไผ่ส่งเสียง เอียดออด ตลอดเวลา

เสียงใบไม้ถูกลมพัดขยับสั่นไหวเสียดสีกันดังซู่ซ่า

นกนานาชนิดส่งเสียงร้อง

จิ้งหรีดและแมลงต่างๆร้องเรียกหากันอยู่ในป่าด้านหลังบ้าน

แม้รอบๆบ้านจะมีชีวิตชีวาเพียงไร แต่ตัวบ้านเองยังคงเงียบสนิท ไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมา

...บ้านหลังใหญ่นี้ยังคงหลับใหลแม้จะเป็นเวลา 7 นาฬิกาของวันใหม่แล้วก็ตาม...


เพื่อนๆจ๋า มันเป็นฟิคเวียนนะจ๊ะ =w=a

2006/Aug/21

เสียงนกร้อง..เสียงลมพัดผ่าน..เสียงใบไม้เสียดสี..เสียงต้นไผ่โอนเอน

เช้าของวันใหม่ แสงแดดสีเหลืองสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างห้องนอนบนชั้นสองของบ้านหลังหนึ่ง

ห้องนอนสี่เหลี่ยมถูกทาสี 4 สี ตามมุมทั้งสี่ โดยที่แต่ละมุมนั้นมีเตียง 2 ชั้นอยู่มุมละเตียง

มุมแต่ละมุมนั้นชี้ไป 4 ทิศ

มุมที่หนึ่งซึ่งทาด้วยสีฟ้าชี้ไปทางทิศเหนือ

มุมที่สองสีชมพูชี้ไปทางทิศตะวันออก

มุมที่สามสีเขียวชี้ไปทางทิศใต้

มุมที่สี่สีม่วงชี้ไปทางทิศตะวันตก

หน้าต่างบานใหญ่เพียงบานเดียวตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นทางเข้าของแสงทางเดียวภายในห้องนี้ ที่หน้าต่างมีโต๊ะไม้ตัวหนึ่งตั้งอยู่

นาฬิกาตั้งพื้นโบราณเรือนใหญ่ตั้งอยู่ที่กำแพงด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้

เมื่อกวาดตามองห้องนี้โดยรอบจะพบว่ามัน ...รกมาก

ข้าวของวางระเกะระกะกระจายไปตามพื้น ข้างนาฬิกา ข้างโต๊ะ ข้างเตียง(ที่มีตั้ง 4 เตียง) รวมทั้งใต้นาฬิกา ใต้โต๊ะ และใต้เตียง(ที่มีทั้งสิ้น 4 เตียง) และเมื่อเตียง 2 ชั้น 4 เตียงถูกครอบครองโดยคนเพียง 4 คน เตียงชั้นสองก็จะกลายเป็นโกดังส่วนตัวไปโดยปริยาย(โกดัง 4 แห่ง)

และเมื่อกวาดสายตาอีกรอบก็จะพบว่าห้องนอนห้องนี้ ...ไม่มีประตู

ขณะนี้นาฬิกาเรือนใหญ่ในห้องบ่งบอกว่าเป็นเวลา 6 นาฬิกา 52 นาที

ทุกอย่างในห้องยังคงหลับไหล

ทุกคนในห้องยังคงหลับสนิท

แม้จะเป็นเวลาเช้าแล้ว แต่ทุกคนก็ยังคงพร้อมใจกันไม่ตื่นจากนิทราอันแสนสบาย

...โดยที่ไม่รู้ว่า

...เรื่องใหญ่ได้เกิดขึ้นแล้ว...

ทันใดนั้นเอง ร่างหนึ่งจากทิศตะวันตกได้ขยับกายขึ้น

ร่างนั้นเปลี่ยนจากท่านอนมาเป็นท่านั่ง ตาปรือ มือทั้งสองขยี้ตาแล้วมองไปรอบๆ

ร่างที่มีผมสีม่วงกระเซอะกระเซิง(เสาอากาศ 2 อัน)ครางเบาๆแล้วล้มตัวลงนอนต่อ..

...เวลาผ่านไป 2 นาที...

ร่างนั้นลุกขึ้นมาใหม่ แล้วลุกจากเตียงเดินโซซัดโซเซไปยังจุดกึ่งกลางห้อง ที่ซึ่งมีพรมสีเทารูปวงกลมไม่ใหญ่มากปูอยู่

ร่างนั้นเลิกพรมขึ้น ตายังคงปรืออยู่ แล้วก้าวลงไปใต้พรม...หายไป

ทุกอย่างในห้องนอนนั้นยังคงสลบไสล นิ่ง และเงียบสนิท ต่างจากเดิมแค่ร่างๆหนึ่ง...หายไป

...เวลาผ่านไปซักพักสั้นๆ...

ร่างอีกร่างหนึ่งจากมุมทางทิศใต้ลุกขึ้นมานั่งตาปรือ มองไปรอบๆ แล้วหยุดสายตาที่เตียงเปล่าๆทางทิศตะวันตก จากนั้นจึงเลื่อนสายตาข้ามทิศเหนือไปยังทิศตะวันออก แล้วจับนิ่งอยู่ที่ร่างซึ่งนอนขดอยู่บนเตียงนั้น

ร่างผมสีเขียวกระเซอะกระเซิงไม่แพ้ร่างแรกย้ายตัวเองมานั่งที่ขอบเตียง

ทันใดนั้นร่างอีกร่างหนึ่งก็ขยับเขยื้อน

ร่างเจ้าของผมสีชมพูพลิกตัวตะแคงหันมามอง

ผู้ที่ถูกมองไม่สนใจ ร่างนั้นเดินไปยังพรม เลิกพรมขึ้น แล้ว...หายไป

ร่างผมสีชมพูยังคงอยู่ในท่าเดิม ซักพักจึงลุกขึ้น เดินมาที่พรม หันหน้าไปมองอีกร่างสุดท้ายร่างเดียวที่เหลือซึ่งหลับสนิทอยู่ทางทิศเหนือ ถอนหายใจ เลิกพรมขึ้น ...แล้วหายไป

ห้องนั้นกลับมาหลับใหลอีกครั้ง

ทุกอย่างเงียบสนิท ทุกอย่างนิ่งสนิท

เสียงนกร้อง..เสียงลมพัดผ่าน..เสียงใบไม้เสียดสี..เสียงต้นไผ่โอนเอน



L.a.B.i.r.i.n.t.O.
View full profile